Print this Page

Research

17 February 2018
 

01 February 2018

การสะท้อนคิด : จากประสบการณ์ที่ล้ำค่าสู่การเปลี่ยนแปลง  Reflection: Transformation from Valuable Experiences ……………………………………………………………… ประไพ  กิตติบุญถวัลย์ (Prapai  kittiboonthawal), MPH จีราภรณ์ ชื่นฉ่ำ (Jeeraporn Cheanchum), MPH ศุภลักษณ์  ศรีธัญญา (Supalux Srithanya), พบ Samuel Umereweneza, DrPH บทคัดย่อ ในยุคปัจจุบันที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครูพยาบาลต้องตื่นตัวและปรับกลวิธีการสอนให้สามารถผลิตบัณฑิตพยาบาลที่มีนิสัยใฝ่เรียนรู้และคิดปรับปรุงพัฒนาสิ่งใหม่อยู่เสมอ ซึ่งวิธีการสอนสะท้อนคิดมีความสำคัญมาก  เครื่องมือสำคัญในการสอนสะท้อนคิด ใช้ประสบการณ์(Experience) และคำถาม (Questioning)เพื่อการคิดไตร่ตรองสิ่งที่เกิดขึ้น ทบทวนความคิดความรู้สึกของผู้เกี่ยวข้อง พิจารณาความรู้และข้อมูลเชิงประจักษ์ในการปฏิบัติ และทางเลือกอื่นๆที่สามารถทำได้อย่างหลากหลายรอบด้านตามบริบท บทความนี้ถ่ายทอดประสบการณ์สอนภาคปฏิบัติการวินิจฉัยชุมชน และเสนอความท้าทายในการสอนสะท้อนคิดให้ประสบความสำเร็จตามแนวทาง “เปิด-ปรับ-ปลื้ม” เพื่อเปลี่ยนแปลงครูสู่การเปลี่ยนแปลงศิษย์ ซึ่งในระยะเริ่มต้นได้เห็นความตั้งใจในการพัฒนาสมรรถนะตนเองและเกิดความภาคภูมิใจในคุณภาพการปฏิบัติ การพยาบาลของผู้เรียนอันจะเกิดผลดีต่อประชาชนผู้รับบริการ Abstract In this rapidly global changing world, nursing instructors should change their pedagogy in order to transform nursing students into excellent and innovative future nurses. Reflective teaching technique is a very important tool for nursing students’ transformation.  A reflection is practicum tool used for questioning, asking nursing students to express themselves about their practicum learning experiences such as:” What happened?, what do you think about this or that experience?, how do you feel about it?, what lesson did you learn from this experience?, What can be done to make it better and not repeat the same mistake in the future?, and so forth”.  A reflection is a tool for knowledge and evidence in practice, a new method or innovation which appropriate depending on the context. A reflection technique was applied in community diagnosis practicum teaching and was found to be a guide for the clinical nursing instructor and a successful innovative community practicum teaching method known as “opened-adapted-appreciated” tool. From reflection, nursing students improved themselves, and were proud and happy with their outcome which was a quality of nursing service, which was very useful for the people in the community.   Key Words:  Reflection, Pedagogy, Transformation, Experiences           บทนำ  Experience is not a teacher but reflective experience is a teacher”   แม้คนทั่วไปจะให้คุณค่าผู้มีประสบการณ์ ว่าเป็นคลังความรู้และมีทักษะในการปฏิบัติงานสามารถแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้เฉียบคมล้ำลึกกว่าผู้มีประสบการณ์น้อย แต่แท้จริงแล้วคุณค่ามิใช่เพียงระยะเวลาของประสบการณ์ หากแต่เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ ผู้ที่ผ่านประสบการณ์มาก แต่ปฏิบัติเหมือนเดิม ถือว่าไม่เกิดการเรียนรู้ เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาที่ดีกว่าเดิม ผู้ที่เกิดการเรียนรู้ ต้องแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ในด้านความคิด พฤติกรรม หรือแนวทางปฏิบัติทั้งในการดำรงตนหรือการปฏิบัติงาน  โดยเฉพาะในยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นปัจจุบัน ทุกสังคมและวิชาชีพล้วนมีการปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติให้ทันยุค วิชาชีพพยาบาลก็เช่นกัน ครูพยาบาลต้องตื่นตัวและปรับกลวิธีการสอนให้ทันยุค สามารถผลิตบัณฑิตพยาบาลที่มีลักษณะของผู้ใฝ่รู้ เรียนรู้ทุกสถานการณ์และสามารถพัฒนาตนเองหรือพัฒนางานได้อย่างต่อเนื่อง การสอนที่เน้นการบรรยายหรือให้ปฏิบัติตามคำบอกจึงไม่เพียงพอ การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงต้องใช้การระเบิดจากภายในตนเอง1 ซึ่งการสอนโดยการสะท้อนคิดเป็นทางเลือกหนึ่งในการศึกษาที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงภายในตนเองของผู้เรียน2 การสะท้อนคิดทำให้เข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้งอันเป็นพื้นฐานให้เข้าใจผู้อื่นได้โดยง่าย จึงสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี การสอนปฏิบัติการพยาบาลโดยวิธีการสะท้อนคิดทำให้เกิดการใช้สติไตร่ตรองการปฏิบัติของตนเอง หรือเหตุการณ์ที่พบด้วยใจที่เป็นกลาง อย่างรอบคอบโดยพิจารณาทั้งความคิด ความรู้สึก วิธีปฏิบัติ ผลการปฏิบัติ และแนวทางพัฒนาอย่างหลากหลายและรอบด้าน อันจะส่งผลต่อคุณภาพการพยาบาล และความปลอดภัยของผู้รับบริการ   การสะท้อนคิด คืออะไร ? การสะท้อนคิด (reflection) เป็นการคิดทบทวนไตร่ตรองประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและการทำงานด้วยใจที่เป็นกลาง  มองดูความคิด ความรู้สึกและการตอบสนองต่อสิ่งนั้นโดยใช้คำถามช่วยหาคำตอบด้วยตนเองหรือร่วมเรียนรู้กับผู้อื่นเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในอนาคต การสะท้อนคิดเปรียบเสมือนกระจก (reflection like a mirror) ที่ทำให้เราเห็นตนเอง เห็นการกระทำที่ผ่านมาอย่างชัดเจนและเกิดความคิดในการพัฒนาปรับปรุงสิ่งต่างๆ การสะท้อนคิดจึงมีความสำคัญต่อทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีการศึกษาและผู้นำวิชาชีพ ซึ่งต้องใช้สติและปัญญาในการตรวจสอบตนเองและการปฏิบัติในเหตุการณ์ต่างๆสู่การพัฒนาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง   เครื่องมือสะท้อนคิด (A tool for reflection) เครื่องมือสะท้อนคิดมี ๒ ลักษณะ ได้แก่ เครื่องมือนำสู่การสะท้อนคิด คือ ประสบการณ์(Experience)  และเครื่องมือพัฒนาการสะท้อนคิด คือการใช้คำถาม (Questioning)
  • เครื่องมือนำสู่การสะท้อนคิด :ประสบการณ์ (Experience)
ประสบการณ์ เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการสะท้อนคิด เป็นจุดเริ่มของการสะท้อนคิด ในทางพระพุทธศาสนาเชื่อว่าอุปนิสัยของจิตถูกสร้างขึ้นจากประสบการณ์เก่าในชีวิต เมื่อจิตได้สัมผัสสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ผ่านผัสสะทั้งหก คือ ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ จะแปลความ (meaning making) เกิดความชอบไม่ชอบ และแสดงความคิดหรือ การกระทำบางอย่างออกมาประสบการณ์ที่ผ่านมาจึงเป็นเครื่องมือที่ดีในการจุดชนวนสู่การสะท้อนคิด ยิ่งประสบการณ์มีรายละเอียดของบริบทและเห็นภาพชัดเจนจะยิ่งทำให้เกิดการสะท้อนคิดได้ง่ายขึ้น5 ซึ่งการเรียนรู้จากประสบการณ์สามารถ พัฒนาสู่การเปลี่ยนแปลงในตนเองได้8 ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ของคอล์บ อธิบายวงจรการเรียนรู้ที่เริ่มจากประสบการณ์ แล้วเกิดการสะท้อนคิด ทำให้เกิดการประยุกต์ใช้ และประเมินผล ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจะเป็นประสบการณ์หมุนเวียนเข้าสู่วงจรอีกครั้ง ดังนี้
Experience
Evaluate
Reflect
Apply
              Kolb’s experiential learning theory cite in Sherwood,2017   ลักษณะประสบการณ์ที่ใช้ในการสอนสะท้อนคิด มี ๓ แบบดังนี้ ๑.๑ ประสบการณ์ในอดีตของตนเอง ประสบการณ์ในอดีตของแต่ละคนเป็นเรื่องเฉพาะตน หล่อหลอมให้เกิดความคิด ความเชื่อ และพฤติกรรมปัจจุบัน การสะท้อนคิดตนเอง(self reflection)จากประสบการณ์ในอดีต ซึ่งอาจผ่านมานานแล้วหรือเพิ่งผ่านไป ประหนึ่งนั่งดูภาพยนต์ชีวิตของตนเอง ใช้การพิจารณาใคร่ครวญจะทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจตนเองและรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด การแสดงออก จุดอ่อน จุดแข็งของตน เป้าหมายและความต้องการของชีวิตได้และสิ่งที่ควรทำในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี   ๑.๒ ประสบการณ์ในห้องเรียน จุดเด่นของประสบการณ์ในห้องเรียน คือ ผู้เรียนทุกคนได้รับประสบการณ์ร่วมกัน แต่จะเกิดการรับรู้ เกิดความคิดและมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างกว้างขวางจากมุมมองของผู้อื่น ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาตนเอง(personal growth) การเรียนรู้ในกลุ่มชน(civic engagement) และการเติบโตทางวิชาการ(Academic enhancement) อย่างเข้มแข็งและสอด คล้องกับบริบทตามมุมมองของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งครูอาจหยิบยกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นในขณะเรียนในหรือนอกสถานที่ หรือจัดให้เกิดสถานการณ์เป็นประสบการณ์ใหม่ เช่น การเล่นเกมส์  การคิดจากภาพ6 (Visual Thinking Strategies, VTR) เช่น ดูภาพยนต์   ภาพวาด งานศิลป์ ฯลฯ ซึ่งถ้าผู้เรียนได้ใช้ผัสสะหลายทางจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ที่ดี ๑.๓ ประสบการณ์ของผู้อื่น การเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่า(narrative)จากประสบการณ์ของผู้อื่น เป็นการขยายโอกาสการเรียนรู้ในความจำกัดของประสบการณ์แต่ละคน ครูอาจให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มย่อยเล่าประสบการณ์ของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม แล้วเลือกเรื่องที่เป็นประเด็นที่กลุ่มต้องการเรียนรู้หรือต้องการพัฒนาองค์ความรู้มาใช้สะท้อนคิด ซึ่งครูไม่จำเป็นต้องหาสถานการณ์จากประสบการณ์ครูมาใช้ การใช้ประสบการณ์จากผู้เรียน เป็นการใช้ผัสสะที่หลากหลายในการเรียนจากเหตุการณ์ที่ผู้เรียนสัมผัส ทำให้ได้ความคิด ความรู้สึกที่แท้จริง และทำให้เกิดการปฏิบัติได้จริงอันจะช่วยลดช่องว่างระหว่างความรู้กับความเป็นจริงในชีวิต
  • เครื่องมือพัฒนาการสะท้อนคิด : การใช้คำถาม (Questioning)
การสอนสะท้อนคิดต้องเริ่มอย่างมีเป้าหมาย และเลือกใช้คำถามในการสะท้อนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมาย ซึ่งแบ่งคำถามเป็น ๒ กลุ่ม ดังนี้ ๒.๑ คำถามเพื่อสะท้อนคิดตนเอง (self reflection) เป็นการตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบให้ตนเองและทำความเข้าใจตนเองให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจผู้อื่นได้มากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการสะท้อนแบบการพรรณา เพื่อให้เกิดการกระทำหรือการปฏิบัติที่มีสติรู้ตัว  ครูอาจให้ผู้เรียนแต่ละคนเล่าเรื่องของตนเอง เปรียบเทียบตนเองกับรูปภาพ หรือถ่ายภาพที่ชอบพร้อมอธิบายเหตุผล หรือความรู้สึกต่อภาพ ซึ่งเป็นที่สังเกตว่าผู้เรียนมักเลือกภาพที่สะท้อนชีวิตและเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับความรู้สึกหรือประสบการณ์ชีวิตที่อยู่ในความทรงจำที่ผ่านมาของตนเองเสมอ ตัวอย่างคำถามสะท้อนตนเอง -ทำไมฉันจึงชอบภาพนี้ ภาพสื่อความหมายอะไรต่อฉัน? -ฉันมาทำอะไรที่นี่ ? -ฉันต้องการอะไรจากประสบการณ์ครั้งนี้ ? -ฉันเคยมีประสบการณ์ หรือเรื่องราวในใจเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันกำลังจะทำนี้หรือไม่ อย่างไร ? -มีอะไรเป็นสิ่งที่ท้าทายตนเองสำหรับฉัน ในการก้าวผ่านสิ่งที่กำลังต้องเผชิญในช่วงนี้ ? บุคคลควรใช้เวลาอยู่กับตนเอง วันละ 5-10 นาที เพื่อทบทวนตนเองและประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต การตั้งคำถามสะท้อนคิดตนเองเป็นประจำ ช่วยให้เข้าใจตนเองได้อย่างลึกซึ้ง มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน รู้สิ่งที่ต้องการพัฒนา หรือสิ่งท้าทายในชีวิต การฝึกสะท้อนคิดตนเองให้เป็นนิสัย จะทำให้ก้าวสู่เป้าหมายในชีวิตได้สำเร็จตามเส้นทางแห่งตน ทั้งนี้ต้องสะท้อนคิดด้วยใจที่เป็นกลาง ไม่คิดเข้าข้างตนเอง และคำนึงถึงความคิด ความรู้สึกของผู้เกี่ยวข้องในสถานการณ์ จึงจะเกิดแนวทางปฏิบัติหรือการพัฒนาได้อย่างตรงกับความเป็นจริงของบริบท ๒.๒ คำถามเพื่อสะท้อนการปฏิบัติ (clinical reflection question) วงจรสะท้อนคิดของกิบส์(Gibbs,1988) ให้แนวทางการตั้งคำถามแต่ละขั้นตอนของการสะท้อนคิด ไว้ดังนี้
1.บรรยายสภาพ (Description) เกิดอะไรขึ้น ที่ไหน เมื่อไร มีใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง คนเหล่านั้นทำอะไร Describe what really happened?
2.แสดงความรู้สึกและความคิด (Feeling) คุณและคนอื่นรู้สึกอย่างไรก่อน-ขณะ-หลังเกิดเหตุการณ์ How did you feel about it?
3.การประเมิน (Initial evaluation) เหตุการณ์นี้มีอะไรที่ทำได้ดีแล้ว  มีอะไรที่ยังทำไม่ดี According to you, what was good or bad?
4.การวิเคราะห์ (Critical analysis) ทฤษฎี หลักฐานเชิงประจักษ์ เหตุผลการปฏิบัติ What lesson can you learn from this experience?
5.หาข้อสรุป (Conclusion) มีทางเลือกอื่นๆมากมายที่สามารถทำได้อีกหรือไม่ What else could you have done to make things much better?
6.วางแผนปฏิบัติ (Final evaluation and action plan) ถ้ามีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้นอีก คุณจะทำอย่างไร If it arises again, what will you do?
            รูปแบบการสะท้อนคิดจากประสบการณ์ การสะท้อนคิดจากประสบการณ์ สามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งให้ผลลัพธ์ต่างกัน8 ดังนี้
ระดับการสะท้อน รูปแบบการสะท้อน ผลลัพธ์การพัฒนา
การพรรณนา (Descriptive reflection) เขียนสะท้อนตนเอง ทบทวนตัวเอง ความเข้าใจตนเอง การปฏิบัติอย่างมีสติรู้ตัว
การสนทนา (Dialogic reflection) การเสวนากับเพื่อนร่วมงานที่หลากหลายหรือแม้แต่ผู้นิเทศทางคลินิก ให้ได้มุมมองรอบด้าน การปฏิบัติอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับบริบทและค่านิยมของคนในสังคม
วิจารณญาณ (Critical reflection) การให้เหตุผลในการปฏิบัติโดยสะท้อนอย่างมีวิจารณญานกับตนเองหรือต่อผู้อื่น การปฏิบัติที่มีการเปลี่ยนแปลง พัฒนา และก้าวสู่สิ่งใหม่
ตัวอย่างการสอนสะท้อนคิดในการพยาบาลอนามัยชุมชน : การวินิจฉัยชุมชน การสอนสะท้อนคิดในการปฏิบัติการวินิจฉัยชุมชน (Reflective practice in community diagnosis  practicuum) ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ดังนี้
  • กิจกรรมสะท้อนคิดตนเอง (self reflection)
ครูประจำกลุ่มพบนักศึกษาเป็นครั้งแรก เชิญชวนให้นักศึกษาทบทวนตนเองในประเด็นต่อไปนี้ -ความคิด ความรู้สึกปัจจุบันของตนเองขณะนี้เป็นอย่างไร? -จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการปฏิบัติงานในชุมชน ท่านรู้สึกอย่างไร มีสิ่งใดอยู่ในใจบ้าง -เล่าประสบการณ์ที่อยู่ในใจให้เพื่อนในกลุ่มรับฟังและเพื่อนร่วมเสวนา -การเรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งก่อน ท่านคิดว่าจะทำอย่างไรในครั้งนี้ ? -อะไรเป็นความท้าทายของตนเองหรือสิ่งที่อยากเก็บเกี่ยวเพื่อพัฒนาตนเอง?
  • กิจกรรมการสะท้อนคิดรายสัปดาห์ ( weekly reflection)
  • กิจกรรมการสะท้อนคิดรายสัปดาห์ตามกระบวนการวินิจฉัยชุมชน
วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระ กิจกรรม/สื่อการเรียนรู้ การประเมินผล
-เพื่อให้นักศึกษาอธิบายความคิดและความรู้สึกต่อการปฏิบัติการวินิจฉัยชุมชนได้   -เพื่อให้นักศึกษาวิเคราะห์จุดดีของการปฏิบัติการที่ผ่านมาได้   -เพื่อให้นักศึกษาบอกแนวทางพัฒนาการปฏิบัติการพยาบาลในครั้งต่อไป การวินิจฉัยชุมชน - เรื่อง การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลชุมชน -เรื่อง การระบุปัญหาและจัดลำดับความสำคัญ -เรื่อง แผนงาน/โครงการพัฒนาอนามัยชุมชน -เรื่อง การประเมินผลการพยาบาลชุมชน -ครูแจกกระดาษให้ผู้เรียนเขียน One minute writing เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในสัปดาห์นี้  คำถาม - อะไรเป็นประเด็นเด่นในสัปดาห์นี้ - คุณรู้สึกอย่างไร? ผู้ที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์รู้สึกอย่างไร? - อะไรที่ทำได้ดีแล้ว ? - อะไรที่ยังทำได้ไม่ดี เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ? - ท่านใช้ความรู้ ในการปฏิบัติงานอย่างไรบ้าง และปฏิบัติตามทฤษฎีได้มากน้อยเพียงใดหรือประยุกต์ใช้อย่างไร? - เมื่อรู้สึกไม่แน่ใจ ท่านได้แสวงหาความรู้จากแหล่งใดหรือสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติอย่างไร? -ท่านใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ในการปฏิบัติงานอย่างไร -ท่านส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม(people participation)เพื่อการพึ่งตนเองที่ยั่งยืนอย่างไร - ท่านเรียนรู้แนวคิด client center care อย่างไร ? -ท่านเรียนรู้การปฏิบัติงานด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์อย่างไร ? - การปฏิบัติงานครั้งต่อไป คุณจะทำอะไรที่ต่างไปจากเดิมหรือที่คิดว่าจะทำให้ดีกว่าเดิมอย่างไร ? -จากสาระการเขียนสะท้อนความคิด การเรียนรู้และแนวทางพัฒนาตามกระบวนการวินิจฉัยชุมชน   - จากการตอบคำถามของนักศึกษารายบุคคลและการสรุปการเรียนรู้ของกลุ่ม
 บทบาทครูในการสอนสะท้อนคิด (Teacher’s role in reflection) แนวทาง เปิด-ปรับ-ปลื้ม เปลี่ยนแปลงครูสู่การเปลี่ยนแปลงศิษย์ ๑. เปิดใจ รับบทบาทใหม่ พัฒนาทักษะการสอนที่ทำให้ศิษย์ก้าวทันทุกยุค ๒. เปิดบรรยากาศ ให้ผู้เรียนรู้สึกปลอดภัย ไม่ถูกคุกคาม ไม่ตัดสินถูกผิด  ไม่กดดันคาดคั้นคำตอบ ๓. เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนร่วมสะท้อนคิดอย่างทั่วถึง กลุ่มไม่ควรใหญ่เกินไป ๔. ปรับวิธีการสอน เน้นการใช้คำถามเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาจากายใน ๕. ปรับลด เป้าหมายการสอนที่มากมาย เหลือเพียงประเด็นเด่น ๖. ปลื้ม รับฟังความคิดและการแสดงออกของผู้เรียนอย่างตั้งใจและเสริมแรง บันทึกการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในตนเอง หลังสิ้นสุดการปฏิบัติงาน นักศึกษาเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง ในแต่ละด้านอย่างไร - ด้านความคิด ความรู้สึก ทัศนคติต่อตนเอง - ทัศนคติต่อการปฏิบัติงาน และความท้าทายในการปฏิบัติงาน - ด้านการแสวงหาความรู้ - ด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น - ด้านอื่นๆ ผลลัพธ์การเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง หลังสิ้นสุดการฝึกภาคปฏิบัติวินิจฉัยชุมชน นักศึกษาวิเคราะห์ ดังนี้
  1. ทำงานอย่างมีความสุขและรู้สึกมีคุณค่า (Happily and proudly Learning)
“รู้สึกว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนมีเหตุการณ์หรือผลงานที่ตัวเองภาคภูมิใจ”
  1. ทำสิ่งท้าทายตนเองได้สำเร็จ (Achieved in challenger)
“วันที่อาจารย์ให้สะท้อนคิดครั้งแรก หนูตั้งใจจะทำสิ่งท้าทายตนเอง คือการพูดต่อหน้าชุมชน ก็เลยลองทำดู แม้ไม่ดีนัก แต่ก็ภูมิใจที่ได้ทำสิ่งท้าทายสำหรับตัวเอง” “กล้าเข้าถึงชุมชนมากขึ้น หาสมุนไพรตามบ้าน เก็บใบมะขามขุดตะไคร้ทำลูกประคบ” “ผมสามารถทำให้คุณลุงมาล้างแผลที่อนามัยอย่างต่อเนื่องได้ครับ”
  1. เข้าใจตนเองและพัฒนาจุดอ่อนของตนเอง (self evaluation and development)
“กลัวการพูดในที่ชุมชน ตื่นเต้น  ต้องท่องก่อนออกไปยืนพูด แต่ตอนนี้ภูมิใจ” “เพิ่งพูดกับคนหมู่มาก ครั้งแรกพยายามเตรียมแต่ยังพูดเร็ว พอครั้งที่สองก็ทำดีขึ้น” “ก่อนออกชุมชนค่อนข้างกังวลเพราะเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำ ทำให้ตอนนี้เริ่มพูดได้ดีขึ้น รวมถึงมีอาจารย์และเพื่อนคอยให้กำลังใจ ทำให้การออกฝึกครั้งนี้มีความสุขจนไม่อยากกลับเลยคะ”
  1. แสวงหาแหล่งทรัพยากร/ความรู้ในการปฏิบัติงาน (search for resource and knowlege )
“เพิ่งเคยรู้จักใบพลับพลึง การสะท้อนในกลุ่มทำให้ต้องค้นเวบไซด์ว่าเป็นสมุนไพรอะไร” “พี่ๆชมเราว่าทำงานดี มีนวัตกรรมสร้างสรรค์ มีแนวทางปฏิบัติดีๆ” บทสรุป บุคคลย่อมมีการเรียนรู้จากประสบการณ์ นักศึกษาพยาบาลก็เช่นกัน การสะท้อนคิดผ่านประสบการณ์และการใช้คำถามกระตุ้นการคิดอย่างเป็นระบบและมีขั้นตอน ทำให้เกิดการเติบโตด้านความคิดและการปฏิบัติการพยาบาล  การสะท้อนตนเองทำให้เข้าใจตนเองและทำสิ่งท้าทายเพื่อพัฒนาตนเอง การสะท้อนคิดการปฏิบัติการพยาบาลอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกับบุคคลอื่นในการสร้างสรรค์หาทางเลือกเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยปลูกฝังนิสัยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ครูจะทำหน้าที่เป็นผู้เอื้ออำนวยและติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนแต่ละบุคคล จากการสอนสะท้อนคิดปฏิบัติการวินิจฉัยชุมชนสะท้อนให้เห็นว่า นักศึกษามีความสุขและภาคภูมิใจในตนเองจากการเรียนรู้ เกิดแรงเสริมทางบวกในการแสวงหาความรู้และพัฒนาทักษะที่ตนเองต้องการ สามารถเรียนรู้เพื่อปรับเปลี่ยนตนเองในการปฏิบัติงานชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และพัฒนาการสื่อสารที่เป็นจุดอ่อนของตน อย่างไรก็ตามความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นมากหรือน้อย ตัวครูผู้สอนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ครูต้องเปลี่ยนแปลงภายในตนเองก่อน และนี่คือความ ท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของครูพยาบาล   บรรณานุกรม
  1. Vichan panich. (2555). Way of learning for students in the 21st century. Bangkok: Tathata
publication. (in Thai)
  1. Sherwood & Horton-Deutsch. (2017). Reflective practice transforming education and improving
outcomes.indianapolish : sigma theta tau international.
  1. Boud, D. (1996). How to help students learn form experience. In K.Cox &C.E. Ewan (Eds.) The
medical teacher. Edinburgh: Churchill Livingstone.
  1. Pasitpon Vatcharavongvan. Transformative learning in medical education.Thammasat Medical journal. 2557; 14(13)
5. Suthee Ratanamongkolkul. Transformative Learning from Thailand medical education network               experience sharing . Thammasat Medical journal. 2557; 14(4)
  1. The Instructor of Borromarachanok institute. Reflective Thinking short course training report .
21stAugust – 8 thSeptember 2017;  University of North Carolina at Chapel hill.
  1. Somchit Sinthuchai. (2016).Development of an instructional model based on scaffolding and reflective
practice approaches to promote clinical decision making ability of nursing student. A dissertation submitted in  partial fulfillment of the requirements for doctor of philosophy program. Bangkok: Chulalonkorn university.
  1. Moon, J.A, Reflection in learning & Professional Development:Theory & Practice. Great Britain:Biddles Ltd; 1999.

31 January 2018

Wholistic Humanized Nursing Care: A Proposed Model for Cultivating a Humanistic Caring Mind in Nursing Students

Tassanee Kirkgulhorn1 , D.N.S., RN
  1. Director of Boromarajonani College of Nursing Saraburi. Thailand
Email: tassanee@bcns.ac.th   Jantima K. Kheokao2, Ph.D.
  1. Associate Professor in Communication Department of Strategic Communication School of Communication Arts University of the Thai Chamber of Commerce
Email: jantima.kheokao@gmail.com  Samuel Umereweneza3, MSN, DrPH, RN
  1. Lecturer, Boromarajonani College of Nursing, Saraburi. Thailand
Email: sic482010@hotmail.com   Boonseub Sosome, Ph.D., RN
  1. Lecturer, Boromorajonani College of Nursing, Phra-Phutthabat
Email:boonsurbsosome@gmail.com  Sansanee Seetangkham4, MNS., RN
  1. Lecturer, Boromarajonani College of Nursing, Saraburi. Thailand
Email: sansanee@bcns.ac.th Abstract

Background: The wholistic quality nursing care administered to patients and their families by nursing instructors and students with compassion, commitment, competence, confidence, confidentiality, along with love, empathy and sympathy has been embedded in the nursing education of Boromarajonani College of Nursing, Saraburi. This care takes in consideration all the four dimensions of health:  physical, social, mental and spiritual.

 Objectives: Our objectives were to identify the meaning of wholistic humanized care as perceived by our nursing instructors and students; Identify the professional process of cultivating a humanistic mind, and to propose the model for cultivating a humanistic mind.

 Methodology: Three focus group interviews were conducted to collect data from seventeen nursing students (1st to 4th years) and 6 nursing instructors. The interview data were transcribed and content analysed.

Findings: Nursing students perceived holistic humanized care as the high quality provided to patients and their families through unconditional love and compassion; competence, along with empathy and sympathy, confidence and confidentiality.  The nursing instructors perceived wholistic humanized care as a will to care directly for nursing students and patients, cultivate a humanistic caring mind in their students through the process of being a role model to them, and equipping them with sufficient skills and knowledge, positive attitude toward nursing; and sustaining a close collaboration with them; preparing them to be future nurses and nursing instructors who possess a humanistic caring mind.

 

Conclusion and Recommendations: Humanized care concepts proposed by theorists are an eye opener but to realize the true meaning of the concept the students need to have hand-on experiences which can only acquire from practicum and interaction with patients, and their nursing instructors. A Model for Cultivating a Humanistic Caring Mind in Nursing Students was therefore proposed in this study, and an experimental research to test this model has been recommended.

Keywords: Wholistic Care, Humanized Care, Nursing education, Humanistic Mind

Permanent link to this article: http://www.sunrise-ac-wd.org/?page_id=1851